การออดิชั่นจะจัดขึ้นในวันที่ 16 กันยายน หลังคอนเสิร์ตดงบัง ถัดไปวันเดียว คนไปกันเยอะมากเพราะคราวนี้จัดที่ไทย คนในบอร์ดไปกันเยอะ เพื่อนที่โรงเรียนก็ไปกันเยอะ แต่ส่วนใหญ่เห็นจะไปออเป็นนักร้องกันเยอะ รองลงมาก็เป็นนางแบบ (อย่างอื่นก็มีนักเต้น นักแสดงหนัง/ละคร โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง) เราเองก็จะไปออเป็นนักร้อง แต่ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะเอาเพลงอะไรไปออดิชั่นดี ปัญหาก็คือสายตาสั้นต้องใส่แว่น+กำลังจะดัดฟันเร็วๆนี้ แต่คิดว่าไม่เป็นปัญหาใหญ่ เรื่องใหญ่กว่านั้นเราต้องฝึกเรื่องความกล้า วันนี้ออกไปรายงานหน้าห้องแล้วไม่สั่น ไม่รู้สึกตื่นกลัวเลย แต่ยังเสียนิดนึงคือเสียงเบาไป เพื่อนบอก ทั้งๆที่คิดว่าเราพูดดังแล้ว คงต้องฝึกต่อไป
บางคนคิดว่า ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าไปออดิชั่นก็ไม่ติดแน่ๆแล้วทำไมยังจะไปอีก? มันก็ใช่ ทุกคนที่ไปคิดแบบนี้ทั้งนั้นแม้แต่เราเอง แต่ทุกคนก็คิดว่าไม่หวังมากอยู่แล้ว ถือว่าไปเก็บประสบการณ์ แต่ลึกๆในใจทุกคนก็คงคิดอยู่ว่า 1ในพันล้านก็อาจจะมีโอกาส แล้วลองดูก็ไม่เสียหาย ค่าสมัครก็ไม่เสีย แล้วแถมมาจัดที่ไทย โอกาสมาใกล้ขนาดนี้แล้วก็ลองดูก็ดี แต่พูดจริงๆ คงจะติดกันยากแหละ เพราะคนไทยไปเยอะมากๆๆๆเพราะมันใกล้ ใครๆก็ไป เก่งไม่เก่งก็ไปลองกันหมด แต่คนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี มาเล อื่นๆ ที่เค้าเดินทางไกลมาออดิชั่นถึงไทยนี่ก็คงต้องมั่นใจแล้วก็มีฝีมือพอหวังได้ ไม่งั้นคงไม่เสียเงิน+ลำบากเดินทางมา โอกาสคนชาติอื่นติดก็เยอะ เค้าฝึกมาดีทั้งนั้น เราเองก็ไม่ได้เก่งมากมาย หน้าตาก็ไม่ได้ดีมากมาย แค่ไปลองดูเฉยๆ
เห็นว่าถ้าติดจริง ทางค่ายSMจะรับไปฝึก(อย่างหนัก)ที่เกาหลี กี่ปีแล้วแต่ว่าเราเรียนเร็วแค่ไหน (3-6ปีได้มั้ง) แล้วก็พอเป็นนักร้องได้แล้วก็เดบิว...มั้ง (แต่มีบางคนบอกว่าแค่ไปดูงานที่เกาหลี2-3เดือน จริงเปล่าไม่รู้ แต่ดูเหมือนจะเป็นอย่างแรกมากกว่า) เห็นคนในบอร์ดพูดกันเกี่ยวกับถ้าไปนู่นแล้วต้องไปเข้าโรงเรียนอินเตอร์ จะได้เรียนเป็นอังกฤษสำหรับคนที่ไม่เป็นเกาหลี ค่ายจะจัดให้อยู่ฟรี กินฟรี เรียนฟรี แต่ต้องทำได้ทุกอย่างตามที่ค่ายต้องการ เห็นพี่เค้าพูดว่างี้ ฟังดูน่ากลัวยังไงไม่รู้ แต่ก็ไม่ต้องคิดถึงมันมากเพราะไม่ติดอยู่แล้ว
เดี๋ยวนี้เรากล้าพูดกล้าทำขึ้นมากแล้ว คิดว่านี้เป็นก้าวแรกที่ดี แล้วก็จะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ การได้ทำอะไรต่างๆ ถ้าไปยืนร้องเพลงภายใต้ความกดดันจากกรรมการก็น่าจะเป็นสิ่งที่ฝึกเราได้ เราถึงได้เลือกที่จะสมัคร ที่ผ่านมา เวลามีกิจกรรมต่างๆที่ไหน ไม่เราเราไม่สนใจไม่อยากร่วม แต่เป็นเพราะไม่กล้า ทำให้พลาดโอกาสในหลายๆอย่างไป แต่ต่อไปนี้ถ้ามีโอกาสเข้ามาเราก็ควรจะคว้ามันไว้ ดีกว่าปล่อยให่มันผ่านไป เราอาจจะไม่มีโอกาสแบบนั้นอีกก็ได้
ปล. มีคนที่โรงเรียนคนนึงเรียนอยุ่ห้องเดียวกับเรา มาค้นกระเป๋าเราบ่อย เราไม่รู้จะทำยังไงดี รำคาญมากๆๆๆๆสุดๆๆๆๆ บอกไปหลายครั้งแล้วว่าห้ามยุ่งกับกระเป๋าเรา บอกมาตั้งแต่ปีที่แล้วก็ไม่เคยหยุดการกระทำเสียมารยาทแบบนี้ซะที ต้องล็อคกระเป๋าไว้เลยมั้ง ให้เพื่อนเฝ้าให้ก็ยังไม่ได้ผลเลย ให้ตายเถอะ รำคาญคนนี้ในทุกๆเรื่องจริงๆ
ปล.2 วันนี้เพื่อนคนนึงที่เพิ่งลาออกไปเรียนอินเตอร์เมื่อไม่นานมานี้กลับมาเยี่ยมโรงเรียน เห็นครูประจำชั้นของเค้าปลื้มมากมาย เพราะตอนเค้ายังไม่ลาออก ครูคนนี้เคยมาถามเราว่าทำไมคนนี้เค้าไม่มีเพื่อน ครูกลุ้มมาก แล้วย้อนกลับไป สมัยประถม เมื่อประมาณ2ปีที่แล้ว(เค้ายังไว้ผมยาวอยู่เลย ไปซอยตอนไหนไม่รู้ เราจำไม่ได้) คนๆนี้คือคนที่ไม่มีเพื่อน เค้าเรียนไม่เก่ง มนุษยสัมพันธ์ไม่ค่อยดี ไม่ค่อยคุยกับใคร แม่เค้าก็กลุ้มใจ แล้วเราเคยอะไรไม่รู้ เค้าเลยเล่าเรื่องเราให้แม่ฟัง แม่เค้าเลยโทรมาหาเราว่าให่ช่วยเป็นเพื่อนเค้าหน่อย เราฟังเรื่องของเค้าจากแม่เค้าเราว่าก็น่าสงสารนะ เลยให้เค้ามานั่งกินข้าวด้วย+คุยด้วยทุกพักเที่ยง แต่ก็แค่ช่วงสั้นๆ ก็ไม่ค่อยได้คุยกันอีก จนเค้าลาออกไป จนวันนี้ที่เค้ากลับมา เพื่อน(เกือบ)ทั้งชั้นฮือฮากันมาก เข้ามามุงดูเค้ากันใหญ่ หลายคนก็ขอถ่ายรูปเค้า แล้วก็มีคนพูดว่าเค้าหล่อมาก แล้วคนก็เสียงดังมากๆ ดูแล้วอย่างกับเค้าเป็นดารา แต่เราว่า เค้าก็ดูดีจริงๆนะ แต่แปลกๆนิดหน่อย เค้าทำสีผมสีน้ำตาล ผมก็ยังซอยสั้นๆเหมือนเดิมแค่เปลี่ยนสี ใส่เชิ้ตแล้วก็เสื้อดำทับ แต่เราว่าดูแปลกมาก เห็นแล้วเราก็แอบดีใจกับเค้าด้วย จากคนที่ไม่เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆเมื่อไม่กี่ปีก่อน ตอนนี้เค้าได้เปลี่ยนไปแล้ว ภาษาอังกฤษเค้าคงดีขึ้นหลังจากย้ายไปแล้ว ถือว่าแม่เค้าทำถูกแล้วล่ะที่ย้ายเค้าไป
ปล.3 ช่วงนี้ก็ยังคงไม่ได้ทำCGต่อไปอีก งานเยอะแต่ขี้เกียจมาก การบ้านค้างมากเหลือหลาย แต่ก็อู้มากมาย
ปล.4 วันนี้เขียนค่อนข้างยาวแฮะ...